ABOUT - Heart & Mind

ABOUT - Main Cities & Towns

Main Cities & Towns

Auckland: ออคแลนด์ (Auckland) เป็นเมืองที่ใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเมืองท่าตั้งอยู่บนเกาะเหนือ มีประชากรทั้งสิ้น ราว 1.4 ล้านคน นับเป็นเมืองที่มีประชากรเยอะที่สุดในประเทศ มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั้งปีกำลังดีไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป นอกจากนี้ยังเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม มีระบบการคมนาคมขนส่งที่สะดวกสบาย ที่พักอาศัยเพรียบพร้อม ร้านอาหารหลากหลาย และแหล่งช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย ออคแลนด์ได้ชื่อว่า เป็น "City of Sails" หรือเมืองแห่งการเล่นเรือใบ และในปี 2019 ออคแลนด์ยังได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดอันดับ 3 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 8 อีกด้วย เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่งของประเทศนิวซีแลนด์ คือ University of Auckland (มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์, อันดับ 85 ของโลก-QS Ranking) และมหาวิทยาลัย AUT University

Hamilton: แฮมิลตันตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Waikato ความยาวกว่า 16 กิโลเมตรซึ่งถือเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของประเทศ มีประชากรราว 156,800 คน โดยครึ่งนึงของประชากรในเมืองมีอายุต่ำกว่า 30 ปี จึงเรียกได้ว่าเป็นเมืองหนุ่มสาวก็ว่าได้ เมือง Hamiltonเป็นเมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของนิวซีแลนด์ด้วยพื้นที่กว้างขวางทำให้เมืองมีสวนสาธารณะ 145 แห่ง กว่า 60 พื้นที่เล่นกีฬา หลายครั้งจริงเป็นที่จัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ  เมืองตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Auckland ใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงขับรถ จึงเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการขยับออกมาจาก Auckland แต่ยังสะดวกต่อการเดินทาง

Rotorua :  โรโตรัวเมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นเพชรน้ำเอกทางการท่องเที่ยวของเกาะเหนือ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เมืองแห่งกำมะถัน" (Sulphur City) ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบโรโตรัวสูงจากระดับน้ำทะเล 280 เมตร ไม่ไกลจากเมืองอ๊อคแลนด์ มีประชากรราว 70,000 คน เมื่อเข้าไปในเมืองจะได้กลิ่นของกำมะถันและควันขาวของน้ำพุร้อนพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้ามาชมกว่า 4 ล้านคน มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Agrodome ซึ่งเป็นสถานที่โชว์การตัดขนแกะ ชมไร่องุ่นและชิมไวน์ บ่อโคลนเดือด (Bubbling Mud Pools) และ น้ำพุร้อน (Geysers) นอกจากนี้ โรโตรัวยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมเมารีที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นถิ่นที่มีชาวเมารีอาศัยอยู่มากที่สุด นอกจากนี้ โรโตรัวยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการเล่นเรือใบและการตกปลาเทราต์อีกด้วย

Napier:  เนเปียร์เมืองชายทะเลบรรยากาศสบายๆที่ทะเลตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงแค่เส้นถนนกั้น อยู่ทางเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ หนึ่งในเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่สง่างามตามแบบฉบับ Art Deco ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก (สถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเหลี่ยมให้อารมณ์และความรู้สึกที่ดูหรูหราและสง่างาม) ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีเทศกาล Art Deco Festival ผู้คนกว่า 10,000 คนจะออกมาเฉลิมฉลองกันด้วยการแต่งตัวย้อนยุคสร้างบรรยากาศย้อนวันวานให้เหมือนกลับไปสู่ยุคทศวรรษที่ 1930 อีกครั้ง นอกจากนี้ในภูมิภาค Hawke′s Bay ยังมีชื่อเสียงด้านการทำสวนผลไม้และการทำไวน์ชื่อดังต่างๆไม่ว่าจะเป็น Oyster Bay, Vidal, Cloudy Bay อีกด้วย

Wellington : เวลลิงตันเมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “The coolest little capital in the world” ตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะเหนือ มีประชากรราว 430,000 คน ถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองจากออคแลนด์ เวลลิงตันได้ชื่อว่าเป็น "Windy City หรือเมืองแห่งลมแรง" เนื่องจากเป็นเมืองที่ลมพัดแรงตลอดทั้งปี ด้วยความที่เป็นเมืองหลวง เวลลิงตันจึงเป็นที่ตั้งของรัฐสภา สถานทูต และกงสุลต่าง ๆ เป็นศูนย์กลางของศิลปะวัฒนธรรมและความมีชีวิตชีวาในเมืองเต็มไปด้วยร้านอาหารที่หลากหลายและร้านกาแฟให้เลือกนั่งอีกมากมาย นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ ที่ใช้สัญจรผ่านสู่เกาะใต้ ตามแนวเขาลาดชันชายฝั่งจะเห็นสิ่งปลูกสร้างทำด้วยไม้สไตล์วิคตอเรียตั้งอยู่เป็นทิวแถว และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์นั่นคือ Victoria University of Wellington (VUW) และ Massey University (Wellington Campus)

Christchurch : ไครสต์เชิร์ชเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษมากที่สุดในบรรดาเมืองต่าง ๆ ของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะใต้ ได้ชื่อว่า เป็น Garden City เนื่องจากมีสวนสาธารณะรายล้อมอยู่รอบเมือง มีประชากรราว 340,000 คน และยังได้ชื่อว่าเป็นประตูผ่านไปสู่ความสวยงามของแหล่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทางเกาะใต้ นอกจากนี้ไครสต์เชิร์ชยังเป็นศูนย์รวมของ ศิลปะวัฒนธรรม เทคโนโลยีและแหล่งทรัพยากรอันมีค่าของแคนเทอร์เบอร์รี่และเกาะใต้อีกด้วย ถึงแม้ว่าเมืองไครสต์เชิร์ชจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ก็ได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการพลิกฟื้นคืนสภาพ ด้วยการสร้างศูนย์กลางธุรกิจขึ้นมาใหม่ พร้อมๆกับการพัฒนาชานเมืองอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว อาคารทุกอาคารได้รับการตรวจสอบให้มีความทนทานต่อแรงแผ่นดินไหว นับว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตรงเวลา มีความโมเดิร์นล้ำสมัยของโครงการในอนาคตที่พร้อมจะสร้างสีสันและบรรยากาศใหม่ๆให้แก่เมืองแห่งนี้ เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่งของประเทศนิวซีแลนด์ คือ Lincoln University และ University of Canterbury

Nelson: เนลสันเมืองที่เรียกได้ว่าเป็น “เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” เมืองเนลสันเป็นเมืองขนาดเล็กทางตอนเหนือของเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ตั้งอยู่บนอ่าว Tasman เป็นเมืองที่ศิลปะกับธุรกิจเติบโตไปพร้อม ๆกันได้อย่างลงตัว ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เดินชมวิวสุดประทับใจที่อุทยานแห่งชาติที่น่าสนใจหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Abel Tasman National Park หรือ Karurangti National Park อีกทั้งเนลสันมีชื่อเสียงเรื่องชายหาดและน้ำทะเลสีสวยที่มีกิจกรรมทั้งตกปลา พายเรือคะยักหรือจะนั่งริมหาดสุดชิวจิบไวน์ขึ้นชื่อของเมืองก็ห้ามพลาด ส่วนใครไม่ถนัดสายไวน์อยากจะมาลิ้มรสเบียร์นุ่มๆ จากแหล่งปลูกฮ็อปชั้นดีที่ส่งให้ทั่วนิวซีแลนด์ จนได้รับขนานนามจาก National Geographic ว่าเป็น ‘Top Cider City in the world’ ก็ต้องมาลงเรียนภาษากันที่เมืองนี้แล้ว

Queenstown:  เมืองจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมืองควีนส์ทาว์นตั้งอยู่บนทะเลสาบ Wakatipu มีประชากรอาศัยอยู่ราว 32,000 คน และด้วยภูมิประเทศที่มีทะเลสาบและภูเขา ทำให้ควีนส์ทาว์นเป็นเมืองที่เหมาะกับกิจกรรมผจญภัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว หรือกิจกรรมยอดฮิตอย่าง bungy jumping, sky diving, canyon swinging, jet boating, การขี่ม้าเที่ยวป่า, การล่องแก่ง ให้ร่วมสนุกได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้เลือกอีก มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ การทำสปา เดินช้อปปิ้งร้านบูติก รวมไปถึงอาหารและไวน์รสเลิศ ซึ่งในแต่ละปีเมืองควีนส์ทาว์นได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่าปีละ 2 ล้านคน จึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในนิวซีแลนด์

Dunedin: เมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งทางเกาะใต้ เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งแรกในนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่มีชื่อเสียงทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ดันเนดินก่อตั้งขึ้นโดยชาวสก๊อตที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ปัจจุบันยังคงความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมสมัยวิคตอเรียไว้อีกด้วย ดันเนดินเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา มีประชากรราว 120,000 คน เป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมที่คงความสง่างามไว้ได้ ในแต่ละปีเมืองดันเนดินจะมีนักเรียน นักศึกษากว่า 20% ของประชากรทั้งหมด โดยมาจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ข่าวสารทั้งหมด