ระบบการศึกษาในสหราชอาณาจักร

สถานศึกษาทุกระดับในสหราชอาณาจักร จะเปิดภาคการศึกษาในช่วงเดือนกันยายน จนถึงต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดภาคการศึกษาประมาณปลายเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งภาคการศึกษาออกเป็น

  • ภาคต้น (Autumn Term) ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกันยายน จนถึงเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง (Spring Term) ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมกราคม ไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย (Summer Term) ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนเมษายน ไปจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม
การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 4 - 16 ปี ซึ่งโรงเรียนมีอยู่ 2 ประเภทคือ โรงเรียนรัฐบาล (state-funded) และโรงเรียนเอกชน (independent schools) ระบบการศึกษาแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ ระบบที่ใช้ในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ และระบบที่ใช้ในสก๊อตแลนด์

ชั้นเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน (Pre-school)
ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนจะมีหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน ซึ่งหมายถึงการเข้าเรียนที่ Nursery เมื่ออายุประมาณ 3-4 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติเมื่ออายุ 7 ปี และมักเป็นโรงเรียนประจำ

ระดับประถมศึกษา (Primary Education)
ในระบบโรงเรียนรัฐบาลส่วนใหญ่จะเข้าเรียนระดับชั้นประถมเมื่ออายุ 4ปี และเข้าระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุครบ 11 ปี การเรียนการสอนจะเน้นในเรื่องของวิชาหลักๆ และเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะทางตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามอายุ มีทั้งโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน และส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนสหศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา(Secondary Education)
โรงเรียนมัธยมทั้งในระบบรัฐบาลและเอกชน เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่อายุ 11-16 ปี โดยมากนักเรียนต่างชาติจะเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุประมาณ 11 ปี หรือ 13 ปี ในวิชาพื้นฐานจนกระทั่งอายุประมาณ 14 ปี หลังจากนั้น นักเรียนส่วนใหญ่จะศึกษาต่อในวิชาหลักและวิชาเลือกรวม 8-12 วิชา ตามการศึกษาระดับ GCSE หรือ ระดับ National Qualification (รวมถึง Standard Grades, National Units, National Courses และ Scottish Group Awards) ของสก็อตแลนด์ นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถเลือกศึกษาหลักสูตรวิชาชีพในระดับที่เทียบเท่าได้ โดยเมื่ออายุครบ 16 ปี นักเรียนสามารถออกจากระบบการศึกษา หรือเข้าศึกษาต่อในระบบการศึกษาหลังอายุ 16 ปีได้

การศึกษาหลังอายุ 16 ปี(Post-16 education)
นักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา มักเลือกที่จะศึกษาต่อตามระบบการศึกษาจนถึงอายุ 18 ปี โดยส่วนมากจะเข้าศึกษาต่อในระดับ A - Levels เป็นเวลา 2 ปี หรือในระดับ National Qualifications at Higher/ Advanced Higher Level ของสก็อตแลนด์ นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร International Baccalaureate - IB ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ยอมรับในระดับสากลสำหรับนักเรียนอายุ 16-18 ปี หรือจะเลือกศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาวิชาชีพได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้มีเปิดสอน ในโรงเรียน และวิทยาลัย (Further Education-FE)

การศึกษาหลังอายุ 18 ปี(Post-18 education)
นักเรียนโดยมากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุ18 ปี และได้รับวุฒิการศึกษา A - levels หรือเทียบเท่า หลังจากนั้นก็จะศึกษาต่อไปในระดับอาชีวศึกษา (Further Education) หรืออุดมศึกษา (Higher Education)

  • การศึกษาระดับอาชีวศึกษา (Further Education) เป็นคำที่ใช้เรียกการศึกษา และการฝึกอบรมซึ่งเกิดขึ้นหลังจากนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ เมื่ออายุ 16 ปีมีวิทยาลัยมากกว่า 600 แห่งที่เปิดสอนหลักสูตรและ สาขาวิชาที่มีความหลากหลาย รวมทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตร GCSE และ A - levels หลักสูตรวิชาชีพ หลักสูตรปูพื้นฐาน และหลักสูตรปริญญาตรีบางวิชา ซึ่งนักเรียนต่างชาติสามารถเข้าเรียนได้ทั้งในสถาบันของรัฐบาลและเอกชน
  • การศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ได้แก่หลักสูตรที่มีระยะเวลาหนึ่งปีหรือนานกว่าในระดับที่สูงกว่า A-levels, Scottish Highersหรือเทียบเท่า ในปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีมหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถาบันการศึกษาในรูปแบบของ Polytechnic ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว หรือที่รู้จักกันภายใต้คำว่า New University ส่วน College of Higher Education นั้น ก็มีอยู่มากกว่า 200 แห่ง

ประเภทของหลักสูตรการศึกษาในสหราชอาณาจักร

หลักสูตรปูพื้นฐานก่อนหลักสูตรระดับปริญญา
เป็นหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพ สำหรับนักศึกษาที่มีคุณวุฒิไม่เพียงพอ ในการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญา โดยหลักสูตรปูพื้นฐานจะเป็นการเพิ่มทักษะ ความมั่นใจ และความพร้อมให้แก่นักศึกษา หลักสูตรดังกล่าวส่วนใหญ่ จะเปิดสอนในสถาบันที่มีหลักสูตรระดับปริญญา หรือสถาบันที่มีการเชื่อมต่อกับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรระดับปริญญา ซึ่งในบางกรณีนักศึกษาก็จะได้รับประกันการเข้าเรียนต่อในหลักสูตรระดับปริญญานั้นๆ เมื่อสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรปูพื้นฐาน หลักสูตรปูพื้นฐานที่เป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปมีอยู่ 3หลักสูตรด้วยกัน คือ

  • Access Programmes
    เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญา แต่ยังขาดทักษะและความรู้ขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการศึกษาต่อ หากนักศึกษายังไม่แน่ใจว่าต้องการศึกษาต่อในสาขาอะไร ก็สามารถเลือกหลักสูตร General Access to Higher Education หรือหลักสูตรปูพื้นฐานแบบทั่วไปก่อนได้ แต่ส่วนใหญ่หลักสูตร Access จะเป็นการเตรียมความพร้อมเฉพาะเจาะจง ในสาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต่อ โดยมากหลักสูตร Access จะใช้เวลาในการศึกษา 1 ปี และไม่มีเกรดผลสอบ แต่นักศึกษาจะได้รับเป็นใบประกาศนียบัตร
  • Foundation Programmes
    หลักสูตร Foundation เป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ซึ่งจัดทำขึ้นโดยวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรระดับปริญญา ที่สถาบันของตนเองเปิดสอนอยู่แล้วได้ หลักสูตร Foundation จะมีลักษณะเช่นเดียวกับหลักสูตร Access คือจะเป็นหลักสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละสายวิชา หรือกลุ่มวิชาในสาขาต่างๆ และใช้ระยะเวลาในการศึกษา 1 ปี แต่หลักสูตร Foundation Degree จะเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องทางด้านสาขาอาชีพในระดับอุดมศึกษาที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนในทักษะที่ยังขาดแคลน
  • Diploma Programmes
    ในบางสถาบันนักศึกษาที่ศึกษาสำเร็จระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในประเทศไทย และมีผลสอบภาษาอังกฤษถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตร Diploma ซึ่งใช้เวลาในการศึกษา 1 ปีได้ โดยเมื่อจบการศึกษาและมีผลคะแนนถึงเกณฑ์ตามที่สถาบันกำหนดไว้ นักศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อในปีการศึกษาที่ 2 ของหลักสูตรระดับปริญญาตรีได้ทันที นักศึกษาสามารถเลือกเข้าศึกษาหลักสูตร Diploma ในสาขาที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้ ทั้งทางด้านธุรกิจ เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ และนิเทศศาสตร์

หลักสูตรปริญญาตรี
การศึกษาระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรระยะเวลา 3 ปี ยกเว้นบางสาขา ที่อาจใช้เวลานานกว่า อาทิเช่น วิศวกรรมศาสตร์ (4 ปี) สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5 ปี) ทันตแพทย์ (5 ปี) สัตว์แพทย์ (5 ปี) แพทย์ (6 ปี) นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกศึกษาวิชาจากสองสาขาหรือมากกว่าได้ โดยนักศึกษาจะได้รับใบประกาศนียบัตรแบบ Combined หรือ Joint Honours Degree

หลักสูตรปริญญาโท
หลักสูตรในระดับปริญญาโทแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือแบบเข้าชั้นเรียน (Taught Programmes) ซึ่งเป็นการเรียนในรูปแบบปกติ คือจะมีการเรียนในชั้นเรียน สัมมนา และการทำวิทยานิพนธ์ อีกประเภทคือแบบทำวิจัย (Research Programmes) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาเจาะลึก ในสาขาวิชาที่ตนสนใจเป็นพิเศษ การศึกษาในระดับปริญญาโท สามารถแบ่งย่อยออกเป็นระดับต่างๆ คือ

  • ประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาโท (Postgraduate Certificate, Postgraduate Diploma Courses)
    วุฒิการศึกษาที่ได้คือ Postgraduate Certificate หรือ Postgraduate Diploma คุณสมบัติของผู้สมัครคือต้องสำเร็จปริญญาตรีจากสหราชอาณาจักร หรือจากสถาบันต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ และมีผลสอบภาษาอังกฤษ ในระดับที่กำหนด
  • หลักสูตรปริญญาโทแบบเข้าชั้นเรียน (Taught Master)
    วุฒิการศึกษาที่ได้คือ Master of Art (MA), Master of Science (MSc.), Master of Laws (LLM), Master of Education (MEd) และอื่นๆ คุณสมบัติของผู้สมัครคือต้องสำเร็จปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจาก สหราชอาณาจักรหรือจากสถาบันต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ และผลสอบภาษาอังกฤษในระดับที่กำหนด รูปแบบการเรียนการสอนจะใกล้เคียงกับหลักสูตรอนุปริญญาโทหรือประกาศนียบัตร มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการสอบวัดผล แต่นักศึกษาต้องทำวิทยานิพนธ์ในช่วงภาคการเรียนสุดท้าย (ประมาณ 3 เดือน) ซึ่งถือเป็นการวัดผลส่วนสำคัญ
  • หลักสูตรปริญญาโทแบบทำวิจัย (Research Master)
    วุฒิการศึกษาที่ได้คือ Master of Philosophy (MPhil), MA/MSc by Research, Master by Research (MRes) คุณสมบัติของผู้สมัครคือต้องสำเร็จปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากสหราชอาณาจักร หรือจากสถาบันต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ และผลสอบภาษาอังกฤษในระดับที่กำหนด เป็นหลักสูตรที่นักศึกษาจะต้องค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้การดูแลแนะนำ โดย 2 ใน 3 ของหลักสูตร จะเป็นการศึกษาหัวข้อวิจัยและวางแผนการเขียนวิทยานิพนธ์ การประเมินผลการเรียน พิจารณาจากการเขียนวิทยานิพนธ์ความยาวประมาณ 30,000-40,000 คำ
  • หลักสูตร Master of Business Administration (MBA)
    หลักสูตรนี้ เหมาะสำหรับผู้จัดการที่ต้องการพัฒนาความรู้ เพิ่มประสบการณ์ และแนวทางการบริหาร ซึ่งมีสถาบันเปิดสอนกว่าร้อยแห่งและมีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนกว่า 3 พันคนในแต่ละปีนอกจากคุณสมบัติการรับนักศึกษาที่กล่าวมาแล้ว สถาบันส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรจะกำหนดลักษณะสำคัญของการศึกษาต่อในหลักสูตรนี้ว่านักศึกษาจะต้องมีประสบการณ์การทำงานในระดับบริหารมาเป็นเวลา 2-5 ปีรวมถึงข้อกำหนดทางด้านภาษาอังกฤษ และบางสถาบันอาจกำหนดให้นักศึกษาส่งผลสอบ GMAT ด้วย อย่างไรก็ดี ในปัจุบันก็มีมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งที่สามารถรับนักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและไม่มีประสบการณ์การทำงานเข้าเรียนต่อในหลักสูตร MBA ได้เช่นกัน

หลักสูตรปริญญาเอก
เป็นหลักสูตรที่ต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาส่วนใหญ่ จะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทก่อน แต่นักศึกษาที่จบระดับปริญญาตรีและมีประวัติการเรียนที่ดี หรือ มีประสบการณ์การทำงานในด้านที่เกี่ยวข้องมากเพียงพอ อาจสามารถสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้เลยเช่นกัน ซึ่งอาจใช้เวลาศึกษารวม 3 ถึง 4 ปีในการสำเร็จการศึกษา โดยนักศึกษาจะใช้ช่วงเวลา 2 ถึง 3 ปีแรกในการค้นคว้า ข้อมูล ทำวิจัย และวางแผนการเขียนวิทยานิพนธ์ที่มีความยาวประมาณ 70,000-100,000 คำ ในปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษากว่า 31 แห่งที่เปิดสอนหลักสูตร ซึ่งมีระบบที่ชัดเจนและเป็นทางการมากกว่าหลักสูตรแบบทำวิจัยอย่างเดียว คือ หลักสูตร New Route PhD โดยนักศึกษาจะต้องเข้าชั้นเรียนด้วย โดยวุฒิการศึกษาที่ได้รับนั้นจะเจาะจงแล้วแต่สาขาที่เลือกเช่น Doctor of Education (EdD), Doctor of Clinical Psychology

CONTACT US
Hearts & Minds International Education Co., Ltd.
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงานของเราได้เลย ...








ที่อยู่ :
252 ถนนกรุงธนบุรี ซอยสาทรแมนชั่น 1
แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
กรุงเทพมหานคร 10600

Address :
252 Krungthonburi Road,
Soi Sathorn Mansion 1,
Klongtonsai, Klongsan,
Bangkok 10600
Thailand
เวลาทำการ :
09:00 - 17:00 น. (จันทร์-ศุกร์)
Working Hours :
09:00 - 17:00 (Mon-Fri)

Tel : +66 (0) 2 055 0915
Mobile : +66 (0) 96 884 8605, +66 (0) 81 581 5105
Fax : +66 (0) 2 055 0914
Email : office@heartsandminds-edu.com
Facebook : heartsandmindseducation
LINE ID : @heartsandminds
Skype : heartsandmindsedu หรือ Sirintorn.d