ในโรงเรียนมัธยมของนิวซีแลนด์มีหลักสูตรที่เปิดสอนอยู่ 3 หลักสูตรได้แก่
1. National Certificates of Educational Achievement หรือ NCEA
2. International Baccalaureate (IB)
3. Cambridge International Examinations(CIE)

1. National Certificates of Educational Achievement หรือ NCEA


ประกาศนียบัตรระดับชาติในความสำเร็จทางการศึกษา หรือ ประกาศนียบัตร NCEA เป็นคุณวุฒิหลักสำหรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาในนิวซีแลนด์ ท่านมั่นใจได้ว่าท่านสามารถใช้ประกาศนียบัตร NCEAเพื่อการศึกษาต่อทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และประเทศอื่นๆ
ประกาศนียบัตร NCEA ออกให้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1, 2 และ 3 ตามปกติแล้ว นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตร NCEA ระดับ 1 ใน Year11 (อายุ 15 ปี), ระดับ 2 ในYear12 (อายุ 16 ปี) และระดับ 3 ในYear13 (อายุ 17–18 ปี)ประกาศนียบัตร NCEA มีความยืดหยุ่นและสามารถกำ หนดให้เป็นการส่วนตัวตามความสามารถและความสนใจของนักเรียนแต่ละคนได้ นักเรียนอาจเรียนวิชาหนึ่งหรือหลายวิชาในระดับที่สูงกว่าได้ หากนักเรียนเรียนเก่งมากๆ ในวิชาเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้านักเรียนกำลังเรียนอยู่ในระดับ 2 แต่เรียนเก่งในวิชาคณิตศาสตร์สามารถเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับ 3 ได้

ประกาศนียบัตร NCEA มีวิชาต่างๆ ที่เหมาะสำหรับนักเรียน
ในแต่ละปีนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้จากวิชาต่างๆ ในจำนวนมากกว่า 40 วิชา ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนของนักเรียนเปิดสอนวิชาอะไรบ้าง ใน Year11มีวิชาบังคับอยู่ 3 วิชาคือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และวิชาเลือก อีก 2–3 วิชา ในYear 12มีวิชาบังคับคือ อังกฤษ กับคณิตศาสตร์ ที่เหลือเป็นวิชาเลือก และ Year13 จะไม่มีวิชาบังคับ นักเรียนเลือกเรียนเชิงลึกในวิชาที่จะเป็นพื้นสำหรับเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
หากนักเรียนมีความคิดต่อการประกอบอาชีพหนึ่งๆ ในใจแล้ว นักเรียนสามารถเริ่มเลือกวิชาที่เหมาะสำหรับโอกาสเลือกอาชีพในอนาคตได้ทันที นักเรียนสามารถตรวจสอบดูได้ว่าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย โพลีเทคนิค สถาบันเทคโนโลยี หรือสถาบันฝึกอบรมเอกชน (สถาบันการศึกษาระดับสูง) ที่นักเรียนให้ความสนใจเข้าเรียนเหล่านั้นมีวิชาต่างๆ ที่ต้องการหรือไม่
ประกาศนียบัตร NCEA อนุญาตให้โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรในการเรียนรู้ เพื่อให้เหมาะสำหรับความต้องการของนักเรียนและทำการประเมินถึงการที่นักเรียนเหล่านั้นได้เรียนรู้ตามมาตรฐาน (ทักษะและความรู้ที่โรงเรียนคาดหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้) นักเรียนส่วนใหญ่จะได้รับการทดสอบหรือประเมินโดยวิธีการประเมินผสมกันระหว่างการประเมินภายใน ตามที่แต่ละโรงเรียนกำหนดและให้คะแนน ซึ่งหมายถึง การทำงานส่ง สอบเก็บคะแนน เพื่อเก็บเครดิตไปเรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่จะคิดเป็น 60-70% ของวิชานั้นๆ และการประเมินภายนอก ซึ่งหมายถึง การสอบปลายปีที่กำหนดและให้คะแนน โดยสำนักงานมาตรฐานวุฒิการศึกษาแห่งประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand Qualifications Authority หรือ NZQA) โดยส่วนใหญ่จะคิดเป็น 30-40% ของวิชานั้นๆ ทั้งนี้ สำนักงาน NZQA จะคอยตรวจสอบคุณภาพในการประเมินผลในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งหมดอย่างทั่วถึงในนิวซีแลนด์

ระบบการให้คะแนน
นิวซีแลนด์ให้เกรดเพื่อแสดงผลการเรียนของนักเรียนดังนี้
A = Achieved (ผ่าน)
M = Merit (ดี)
E = Excellent (ดีมาก)
N/A = Not achieved (ไม่ผ่าน)

ประกาศนียบัตร NCEAเน้นความเป็นเลิศ
นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงในแต่ละระดับ จะได้รับประกาศนียบัตร NCEA ระดับดี (endorsed with Merit) หรือประกาศนียบัตร NCEA ระดับดีมาก (endorsed with Excellence) หากผลการเรียนโชว์ว่า ได้ เกรด M หรือ E เกิน 50 หน่วยกิตใน 1 ปีการศึกษา
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NCEA ได้ที่ WWW.NCEA.GOVT.NZ


2. International Baccalaureate (IB)

International Baccalaureate หรือที่รู้จักกันในนาม IB เป็นวุฒิการศึกษาที่จัดตั้งโดย International Baccalaureate Organization หรือ IBO เป็นระบบการศึกษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกา โดยหลักสูตร IB นี้ เป็นหลักสูตรช่วยพัฒนาทักษะทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต การเรียนรู้และการทำงานในยุคโลกาภิวัฒน์ นอกจากนี้ยังเป็นหลักสูตรที่ช่วยในการเตรียมความพร้อมผู้เรียนก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยอีกด้วย

หลักสูตร IB ประกอบด้วย
1. หลักสูตรการศึกษาระดับต้น หรือ Primary Years Programme(PYP) เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนอายุ 3-12 ปี มุ่งเน้นพัฒนาการในวัยเด็กที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกห้องเรียน
2. หลักสูตรการศึกษาระดับกลาง หรือ Middle Years Programme(MYP) เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนอายุ 11-16 ปี มีโครงสร้างการเรียนการสอนที่ประกอบด้วยความท้าทายเชิงวิชาการและทักษะชีวิต โดยนำเนื้อหาของรายวิชาในโรงเรียนและความรู้ทั่วไปมาผสมผสานไว้ด้วยกัน
3. หลักสูตรการศึกษาระดับประกาศนียบัตรนานาชาติ หรือ Diploma Programmeเป็นหลักสูตร 2 ปีสำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี ที่ตอบสนองนักเรียนที่มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สูงและช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมและมีคุณสมบัติซึ่งเป็นที่ต้องการของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
4. หลักสูตรการศึกษาระดับประกาศนียบัตรนานาชาติ หรือ Career-related Certificate (IBCC) สำหรับนักเรียนอายุ 16-19 ปี เป็นโปรแกรมล่าสุดที่ IBO ได้ทำการจัดตั้งขึ้นเพื่อนให้ผู้เรียนได้เลือกวิชาเรียนที่เกี่ยวเนื่องกับอาชีพที่ผู้เรียนสนใจ

หลักสูตรประกาศนียบัตรนานาชาติ
การที่จะสำเร็จหลักสูตร IB ประกาศนียบัตรนานาชาติ ได้นั้น ผู้เรียนจะต้องลงทะเบียนเรียน 6 กลุ่มวิชา และลงวิชาแกนหลักเพื่อพัฒนาทักษะ 3 ส่วน สำคัญ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วิชาเรียน หลักสูตร IB
ด้านวิชาการ จะมีการแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มวิชา โดย ผู้เรียนสามารถลงเรียนได้ 6-7 ตัว ซึ่ง 5 ตัวแรกจะต้องมาจากแต่ละกลุ่มวิชา โดยจะมี วิชาระดับพื้นฐาน(Standard level- SL) ได้ไม่เกิน 3 ตัว จากวิชาทั้งหมดที่ลงเรียน โดยวิชาที่เหลือจะต้องลงทะเบียนเป็นวิชาระดับสูง (Higher level- HL) ทั้งนี้วิชาระดับสูงจะต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 240 ชั่วโมง ส่วนวิชาระดับพื้นฐาน มีชั่วโมงเรียนไม่ต่ำกว่า 150 ชั่วโมง เนื้อหา 6 กลุ่มวิชาตามที่กล่าวไปข้างต้น มีดัง ต่อไปนี้
1. Language A1 เน้นการเรียนภาษาและวรรณคดีในภาษาแม่ของตัวนักเรียนเอง
2. Second Language ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาเลียน มีหลายระดับตามความถนัดของผู้เรียน เช่น Ab Initio, B และ A2
3. Individual and Societies ได้แก่ การจัดการและธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ จิตวิทยา ปรัชญา สังคมและวัฒนธรรมมานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์
4. Experimental Science ได้แก่ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ การออกแบบเทคโนโลยี และ วิทยาศาสตร์โลก
5. Mathematics ได้แก่ วิธีการทางคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับกลาง คณิตศาสตร์ระดับสูง
6. The Arts ภาพยนตร์ ดนตรี ละครเวที ทัศนศิลป์

ข้อบังคับของหลักสูตร
1. วิชาการหลักเพื่อการพัฒนาทักษะ มีด้วยกัน 3 ส่วนด้วยกัน ประกอบด้วย Extended Essay (EE), Theory of Knowledge (TOK) และ Creativity, Action, Service (CAS)
2. Extended Essay คือ การเขียนเรียงความยาว 4,000 คำ ในหัวข้อที่ตนสนใจและสามารถผนวกเข้ากับวิชาใด วิชาหนึ่งที่ลงเรียนได้ ช่วยเตรียมความพร้อมในการค้นคว้าด้วยตนเอง และการเขียนบทความวิชาการเพื่อใช้ในมหาวิทยาลัย
3. Theory Knowledge (TOK) คือ การเรียนแบบสหวิทยาการ แสวงหาธรรมชาติของการเรียนรู้ โดยสนับสนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ และตระหนักถึงวัฒนธรรมอื่นๆที่หลากหลาย การลงเรียนวิชานี้เป็นการเสริมสร้าง ปรัชญาการเรียนรู้โดยเน้นที่การเปลี่ยนวิกฤตต่างๆ ให้เป็นการเรียนรู้ รวมถึงมองกฎระเบียบและความรู้ต่างๆ ในแนวทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย
4. Creativity, Action, Service (CAS) คือ การเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะ, กีฬา, และกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถผ่อนคลายจากการเรียน และสามารถใช้ชีวิตสังคมนอกโรงเรียนได้อย่างมีความสุข

การประเมินผลหลักสูตร
หลังจากเรียนจบหลักสูตรแล้ว จะมีการสอบประเมินว่าผู้เรียนผ่านหลักสูตร IB หรือไม่ ซึ่งใช้การสอบในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีที่ 2 ของการเรียน ด้วยข้อสอบส่วนกลาง ซึ่งเหมือนกันทั่วโลก โดยคะแนนเต็มของ 6 วิชาคือ 45 คะแนน แบ่งเป็น คะแนนเต็มวิชาละ 7 คะแนน รวมเป็น 42 คะแนน และ 3 คะแนนพิเศษจากการเขียนเรียงความ Extended Essay, TOK และ การทำกิจกรรม CAS คะแนนรวมจะต้องเป็น 25 คะแนนขึ้นไปจึงจะผ่าน (วิชาละ 4 คะแนนขึ้นไป และ 1 คะแนนสำหรับวิชาการหลักเพื่อการพัฒนาทักษะ)

3. Cambridge International Examinations(CIE)

การสอบระบบนานาชาติแคมบริดจ์ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า Cambridge International Examinations(CIE) มีต้นกำเนิดจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ในประเทศอังกฤษ CIE คือระบบการสอน / การสอบระดับนานาชาติซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ในประเทศนิวซีแลนด์ โรงเรียนกว่า 40แห่งเป็นสมาชิกของสมาคม โรงเรียนแคมบริดจ์แห่งประเทศนิวซีแลนด์ (Association of CambridgeSchools in New Zealand)หลักสูตรแคมบริดจ์เป็นหลักสูตรที่เน้นเรียนวิชาที่ใช้เรียนจริงในสาขาที่นักเรียนต้องการจึงมีวิชาที่บังคับเรียนน้อย

คุณวุฒิของระบบแคมบริดจ์ ได้แก่
• IGCSE (International General Certificate of Secondary Education)
• AS (Advanced Subsidiary)
• A Level (A2)

การสอบและการวัดผล
การสอบในระบบ CIE ประกอบด้วย 2 หรือ 3 รายวิชา แต่ละวิชาใช้เวลาในการสอบตั้งแต่ 45 นาทีถึง 3 ชั่วโมง การวัดผลออกมาในรูปแบบของเกรดและเปอร์เซ็นต์ ในระดับ IGCSE ผลการสอบแบ่งเป็น 8 เกรดจาก A ถึง G
ในระดับ AS และ A ผลการสอบแบ่งเป็น 5 เกรดและเปอร์เซ็นต์ ดังต่อไปนี้ - A (80% ขึ้นไป), B (70-79%), C (60-69%), D (50-59%) และ E (40-49%)

มาตรฐานของครูผู้สอน
ครูผู้สอนระบบ CIE ได้รับการอบรมโดยตรงจากคณาจารย์ของ CIE โดยคณาจารย์จาก CIE ทั่วโลก(โดยทั่วไป เป็นผู้ออกข้อสอบหรือผู้ตรวจข้อสอบ)

นักเรียนต้องได้คะแนนเท่าไรถึงจะสามารถเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
ประเทศนิวซีแลนด์- คุณวุฒิ CIE เป็นที่ยอมรับจากทุกมหาวิทยาลัย
• คณิตศาสตร์ (Numeracy): เกรด D หรือสูงกว่าในระดับ IGCSE และภาษาศาสตร์ (Literacy): เกรดE หรือสูงกว่าในระดับ AS วิชาภาษาอังกฤษ หรือวรรณคดีอังกฤษ
• วิชาอื่นๆ: เกรด D หรือสูงกว่าใน 3 วิชา และ 120 คะแนน UCAS (University and CollegeAdmissions Service) ตัวอย่างเช่น เกรด D 4 ตัว หรือเกรด C 3 ตัว หรือ B, C, D ในระดับ AS ประเทศไทย - มหาวิทยาลัยนานาชาติ (ข้อมูลจากแผนกศึกษาต่อต่างประเทศ สถานทูตนิวซีแลนด์กรุงเทพ)
• เกรด C หรือสูงกว่าใน 5 วิชาของระดับ IGCSE* หรือ
• เกรด C หรือสูงกว่าใน 3 วิชาของระดับ A*

*หมายเหตุ
เกณฑ์การรับสมัครนักเรียนของแต่ละภาควิชาของแต่ละมหาวิทยาลัยต่างกันโปรดตรวจสอบความถูกต้องจากมหาวิทยาลัยอีกครั้งก่อนการสมัครจริง
นักเรียนที่ได้คะแนนดี (B ขึ้นไป) ในระดับ AS สามารถผ่านเกณฑ์การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ทันทีนักเรียนที่ได้เกรด A หรือ B ในระดับ A สามารถโอนหน่วยกิตกับมหาวิทยาลัยระดับโลกได้ เช่น YaleUniversity หรือมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา

CONTACT US
Hearts & Minds International Education Co., Ltd.
ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงานของเราได้เลย ...








ที่อยู่ :
252 ถนนกรุงธนบุรี ซอยสาทรแมนชั่น 1
แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
กรุงเทพมหานคร 10600

Address :
252 Krungthonburi Road,
Soi Sathorn Mansion 1,
Klongtonsai, Klongsan,
Bangkok 10600
Thailand
เวลาทำการ :
09:00 - 17:00 น. (จันทร์-ศุกร์)
Working Hours :
09:00 - 17:00 (Mon-Fri)

Tel : +66 (0) 2 055 0915
Mobile : +66 (0) 96 884 8605, +66 (0) 81 581 5105
Fax : +66 (0) 2 055 0914
Email : office@heartsandminds-edu.com
Facebook : heartsandmindseducation
LINE ID : @heartsandminds
Skype : heartsandmindsedu หรือ Sirintorn.d